เว็ปไซต์นี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อกลางสำหรับธุรกิจมุสลิมทั้งหมด ด้วยความเชื่อที่ว่า "มุสลิมทุกคน เป็นพี่น้องกัน" ดังนั้นน่าจะเกิดความช่วยเหลือ และสนับสนุนซึ่งกันและกัน
บทความทางศาสนา
ใน ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมก่อนที่นักธุรกิจหรือนักลงทุนจะตัดสินใจลงทุนทำ กิจกรรมใดปัจจัยที่สำคัญ ประการหนึ่งที่นักธุรกิจและนักลงทุนจะต้องมาพิจารณาก็คืออัตราดอกเบี้ย เพราะดอกเบี้ยเป็นต้นทุนอย่างหนึ่งดังนั้น ถ้าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงซึ่งส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงขึ้นไปด้วย นักธุรกิจและนักลงทุนก็จะไม่เสี่ยงลงทุนในการทำธุรกิจใหม่หรือขยายธุรกิจของ ตนออกไปเพราะต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ย) สูงโอกาสการจ้างงานก็จะลดลงหากนักธุรกิจคนใดเห็นว่าการลงทุนหรือธุรกิจของตน เองสามารถทำกำไรได้ถึงแม้อัตราดอกเบี้ยจะสูงนักธุรกิจนั้นก็จะบวกดอกเบี้ย เข้าไปในต้นทุนสินค้าและบริการของตน และผลัดภาระนั้นให้แก่ผู้บริโภคเป็นผู้แบกรับไป ยิ่งดอกเบี้ยสูงมากขึ้นเท่าใด ราคาสินค้าและบริการก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้นและทำให้รายได้ที่แท้จริงของ ประชาชนลดลง
แต่ ถาหากนักธุรกิจมองเห็นว่าอัตราดอกเบี่ยสูงเกินกว่าที่จะเสี่ยงลงทุนและไม่ลง ทุนการจ้างงานก็จะไม่เกิดขึ้นซึ้งก็จะไมม่ก่อให้เกิดการกระจ่ายรายได้และการ เจริญเติบโตติดตามมา แม้แต่การลงทุนใดๆที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่นรวมและชาติ หากได้รับผลลตอบแทนเป็นตัวเงินน้อยกว่าอัตราดอกเบี้ย นักลงทุนก็จะไม่ลงทุนในกิจกรรมนั้น ทำให้สังคมหมดโอกาสได้รับสิ่งดีงามไป
แต่ในระบบเศรษฐกิจอิสลามที่ปลอดดอกเบี้ย ถึงแม้อิสลามจะอนุญาตให้เอกชนถือครองทรัพย์สินและความมั่งคั่งเหมือนระบบทุนนิยม แต่ วะกาตจะเป็นตัวผลักดันความมั่งคั่งให้ออกมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและคอย ตรวจสอบการกักตุนหรือสะสมความมั่งคั่งเหล่านั้น ยิ่งใครครอบครองทรัพย์สินและมีความมั่งคั่งมากเพียงใดก็จะต้องจ่ายวะกาตมาก ขึ้นเท่านั้น
ทำ ให้มุสลิมที่มีความมั่งคั่งจะต้องนำความมั่งคั่งของตนออกมาลงทุน อย่างน้อยที่สุดก็ต้องให้ได้ผลตอบแททนเกินกว่า 2.5% เพื่อรักษาความมั่งคั่งเดิมเอาไว้
อ้างอิง: อ.บรรจง บินกาซัน. 1 ตุลาคม 2547. สารพันปัญหาว่าด้วยหลักการซะกาต. สำนักพิมพ์ อัลอามีน, กรุงเทพฯ.








