เว็ปไซต์นี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อกลางสำหรับธุรกิจมุสลิมทั้งหมด ด้วยความเชื่อที่ว่า "มุสลิมทุกคน เป็นพี่น้องกัน" ดังนั้นน่าจะเกิดความช่วยเหลือ และสนับสนุนซึ่งกันและกัน

บทสัมภาษณ์พิเศษ

บทสัมภาษณ์ พิเศษ คุณมานพ มานน้อย หรือ ฮัจยีซำวีน

จากพนักงานบริษัท

สู่...ผู้บริหาร บริษัท มาสเตอร์แมคคาโทรนิคส์ จำกัด

 

                น้อยคนที่จะรู้จักว่า บริษัทของมุสลิมเราเองมีการทำธุรกิจ ด้าน เครนและลิฟต์ ทั้งๆที่หลายๆครั้ง เราเองก็มีการใช้อุปกรณ์เหล่านี้อยู่ แต่เราเองกับไม่เคยให้โอกาส บริษัทของมุสลิมด้วยกัน ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

 

                วันนี้เราจะมาพบกับ คุณมานพ มานน้อย หรือ ฮัจยีซำวีน กรรมการผู้จัดการบริษัท มาสเตอร์แมคคาโทรนิคส์ จำกัด เพื่อให้ทราบที่มาและหลักการในการทำงานเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจมุสลิมรุ่นใหม่ๆ ได้มีแนวทางในการดำเนินธุรกิจต่อไปและเพื่อให้เกิดธุรกิจมุสลิมรายใหม่ๆที่มีความมั่นคงต่อไป

 

ประวัติส่วนตัวคุณมานพ

 

                คุณมานพเป็นคนหนองจอกโดยกำเนิด เป็นลูกชาวนา แต่มีโอกาสได้เรียนต่อด้านอาชีวศึกษา สาขา ช่างกลโรงงาน จาก โรงเรียนอาชีว ดอนบอสโก  จากนั้นได้เรียนต่อภาคบ่ายที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในระดับ ประกาศณียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) และเรียนต่อปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล และหลังจากที่ทำงานได้สักระยะหนึ่ง ก็เรียนต่อ ปริญญาโท ที่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สาขา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อธุรกิจอุตสาหกรรม

 

ประวัติการทำงาน

                คุณมานพ เริมทำงานตั้งแต่เรียนจบ ประกาศณียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ด้วยการที่เป็นลูกคนแรกในบรรดาพี่น้องที่ได้รับการศึกษาต่อ จึงต้องพยายามหาเงินเองเพื่อส่งตัวเองเรียนต่อโดยระหว่างที่ทำงาน ก็เรียนต่อไปด้วย ที่แรกที่เข้าทำงานคือ โรงกลึง  แถบ แยกแคลาย ทำงานที่โรงกลึงได้ประมาณ 2 ปี รุ่นพี่ก็ชวนมาทำงานที่ บริษัท เอ็ม เอช อี ดีแมก ย่าน เพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งเป็นบริษัทอันดับหนึ่งด้านเครนในขณะนั้น  ณ สถานที่นี้ คุณมานพ เองได้สัมผัสกับธุรกิจเครนเป็นครั้งแรก และ ณ  ตอนนั้น ก็ยังไม่คิดว่าธุรกิจตัวนี้ จะเป็นอาชีพของตนเอง  และหลังจากที่ทำงานที่ บริษัท เอ็ม เอช อี ดีแมก  ได้ประมาณ 2 ปี ครึ่ง  รุ่นพี่ก็ชวนย้ายมาทำงานอีกบริษัทหนึ่ง คือ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)  ในฝ่ายวิศวกรรมแผนก รอก เครน ซึ่งนับว่าเป็นการต่อยอดประสบการณ์ ให้หลากหลายมากขึ้น ในธุรกิจเดิม หลังจากนั้นก็มาหาประสบการณ์ ใน บริษัท ขนาดเล็กอีก 2 บริษัท  คือ บริษัท ไทย แมททีเรียล แธนด์ลิง จำกัด และ บริษัท เค.ซี.ไอ. เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ในสายงานเดิม คือ งานเครนและลิฟต์ โดยสรุปแล้ว คุณมานพ อยู่ในวงการนี้มานานกว่า 7 ปี ก่อนที่จะเปิดกิจการตัวเอง

 

แนวคิดในการทำธุรกิจตัวเอง

                แนวคิดที่ทำให้เกิดเป็นบริษัท มาสเตอร์แมคคาโทรนิคส์ จำกัด  มาได้จนถึงปัจจุบัน เริ่มต้นในช่วงที่ทำงานที่บริษัท เบอร์ลี ยุคเกอร์ โดยมีความรู้สึกว่า เราสามารถที่จะทำได้ในธุรกิจด้านนี้เพราะเรามีประสบการณ์ ตั้งแต่ต้นจนจบ ของธุรกิจนี้โดยตรง ประกอบกับเคยได้ยินอาจารย์ท่านหนึ่งได้พูดว่า เด็กไทยมีข้อแตกต่างในแนวคิดกับเด็กต่างประเทศ คือ  เด็กไทยเมื่อเรียนจบ ก็มุ่งจะหางานทำ แต่เด็กต่างประเทศจะมุ่งหาอาชีพ จึงทำให้คิดว่าเราจะเอางานที่เราทำตรงนี้ เป็นอาชีพได้ หลังจากที่เรามีแนวคิดเบื้องต้น แล้วว่าสักวันหนึ่งเราจะต้องมีธุรกิจตัวนี้เป็นของตัวเอง เราย้อนกลับมาดูตัวเองพบว่าเรายังขาดคุณสมบัติในการเป็นเจ้าของกิจการอีกเยอะ โดยเฉพาะทักษะด้านการขาย เพราะไม่ชอบงานขายเป็นอย่างมาก  ซึ่งผู้จัดการก็เคยชวนให้มาเป็น SALE ENGINEER อยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ปฏิเสธจนกระทั่งหลังจากตัดสินใจว่าจะมีกิจการของตัวเอง ประกอบกับคำพูดของผู้จัดการที่ทำให้เปลี่ยนแนวคิดได้คือ การทำธุรกิจทุกอย่างต้องรู้จักงานขายไม่ว่าธุรกิจคุณจะเป็นแบบไหน โรงพยาบาลหรือโรงเรียนอนุบาล ครูก็ต้องขายให้เป็นตัดสินใจเข้ามาเป็น SALE ENGINEER  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

สินค้าหลักของธุรกิจในปัจจุบัน

                ปัจจุบันสินค้าหลักที่เป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงบริษัทฯ คือ การบริการ ออกแบบ และติดตั้ง เครนในโรงงานอุตสาหกรรม และลิฟต์ตามอพาร์ทเมนท์ หรือโรงแรมที่พักอาศัยทั่วๆไป นอกจากสินค้า หลักดังกล่าว เรายังบริการเสริมอื่นๆอีก เช่น การตรวจเช็ค การบำรุงรักษา ซ่อมแซม ให้คำปรึกษา ออกแบบ รวมทั้งการฝึกอบรมการใช้งานในสินค้าดังกล่าวด้วย

 

แนวคิดต่อธุรกิจมุสลิมในประเทศไทย

                คุณมานพมองว่า จริงๆ แล้วมุสลิมในเมืองไทยมีศักยภาพมากพอในการที่จะทำธุรกิจได้ในหลายๆ ด้าน  แต่สิ่งที่ขาดคือ ความร่วมมือ และการสนับสนุนในหมู่มุสลิมด้วยกัน ซึ่งจะต่างจากคนจีนที่มีการรวมตัวช่วยเหลือกันอย่างเหนียวแน่นทำให้ธุรกิจใหญ่ๆ ในเมืองไทยอยู่ภายใต้การควบคุมของคนจีนทั้งหมด จึงทำให้มีคำกล่าวอยู่คำหนึ่งว่า รวมกันไม่ใช่แขก แยกกันไม่ใช่จีน ซึ่งคำว่าแขกในที่นี้หมายถึง มุสลิมนั่นเอง ซึ่งคุณมานพเอง บอกว่าบางคนมองคำคำนี้แล้วรับไม่ได้ ไม่ยอมรับในความเป็นจริง แต่ถ้าเรามองกันลงไปลึก ๆ จะพบว่ามันมีส่วนจริงอยู่มากดังนั้น แทนที่เราจะคัดค้านคำพูดนี้เราเปลี่ยนจากการคัดค้านมาเป็นการปฏิบัติ ให้เห็นจริงในสิ่งที่ตรงข้ามกันดีกว่าไหม  เพราะในสังคมไทย เรามีมุสลิมเก่งอยู่มากในทุกๆด้าน ทั้งด้าน  การเมือง เราก็มีนักการเมืองเก่งอยู่มากที่มีบทบาทอยู่มากในสังคมการเมืองไทย นักเศรษฐศาสตร์ นักกฎหมาย นักการต่างประเทศ นักอุตสาหกรรม นักวิชาการ  และอื่นๆ  ซึ่งหากมาไล่เรียงกันจะพบว่า มุสลิมเราก็มีความสามารถครบทุกด้าน แต่เราขาดอะไรเล่าถึงทำให้ธุรกิจมุสลิมเมืองไทยไม่โตเหมือนธุรกิจของคนจีน บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องของเงินทุน แต่ความจริงแล้วมุสลิมเมืองไทยมีคนรวย เยอะ  บางคนอาจมองว่าเพราะติดขัดบทบัญญัติทางศาสนาหลายเรื่อง ในเรื่องนี้ก็มีส่วนจริงอยู่บ้าง แต่ก็มีวิธีการหรือธุรกิจอีกเยอะแยะที่สามารถทำให้ถูกต้องตามหลักการของศาสนาได้ แต่ในมุมมองของ คุณมานพ มองว่า สิ่งที่เราขาดไม่ใช่เรื่องของเงินทุนหรือบุคคลากร แต่สิ่งที่เราขาดคือ ความร่วมมือ ของพี่น้องมุสลิมด้วยกัน แต่คุณมานพ ก็มองว่า อินซาอัลเลาะห์ ในอนาคตอันใกล้นี้มุสลิมจะมีการรวมตัวกันเพื่อสร้างธุรกิจของมุสลิมให้ทัดเทียมกับศาสนาอื่นได้

 

บุคคลสำคัญที่เป็นมุสลิมในเมืองในไทยที่สมควรเอาแบบอย่าง

                คุณมานพ มองว่าในเมืองไทยมีบุคคลที่มีชื่อเสียงมีหลายท่าน แต่บุคคลที่คุณมานพ อยากจะยกตัวอย่างบางท่าน เช่น นักการต่างประเทศ คุณมานพ มองว่า ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ   นักการศึกษา ดร. วัลลภ สุวรรณดี นักวิชาการ ดร. อัมมาร์ สยามวาลา อาจารย์ภักดี มะแอ  และ ดร. อิมรอน มะลูลีม นักกฏหมาย คุณสมชาย นิละไพจิตร นักการกีฬา คุณ วรวีร์ มะกูดี  อาจารย์ภักดี มะแอ  และนักการเมืองมีชื่อหลายๆ ท่าน เช่น อาจารย์สมัย เจริญช่าง คุณสามารถ มะลูลีม  คุณนาถยา เบญจศิริวรรณ และท่านอื่นอีกมาก ซึ่งบุคคลเหล่านี้ล้วนมีชื่อเสียงและมีบทบาทในสังคมไทยทั้งนั้น และทุกท่านได้แสดงความเป็นมุสลิมอย่างเปิดเผย ซึ่งบุคคลเหล่านี้ คุณมานพ มองว่าเป็นบุคคลที่ควรสรรเสริญและควรเอาแบบอย่าง

 

ข้อคิดเห็นในการทำธุรกิจ

                ธุรกิจที่เราทำเป็นธุรกิจ บริการด้านอุตสาหกรรม  เป็นหลัก ดังนั้นในการขายสินค้าอุตสาหกรรม เราจึงมีหลักอยู่ว่า เราจะทำการขายลักษณะขาย แบบที่ปรึกษา คือเราต้องสามารถให้ความรู้ ความเชื่อมุ่นและความจริงใจให้กับลูกค้า โดยที่สินค้าของเราสามารถตอบโจทย์ ความต้องการของลูกค้า  หรือ สามารถขจัดปัญหาของลูกค้าได้ ซึ่งบางครั้งปัญหาของลูกค้าไม่เหมาะที่จะใช้สินค้าของเราในการแก้ปัญหาเหล่านี้  ถึงแม้ผลการวิเคราะห์ออกมาแล้ว ลูกค้าต้องหันไปใช้อุปกรณ์ตัวอื่นเราก็ต้องให้ความจริงใจกับลูกค้า และยอมรับผลการวิเคราะห์นั้น  ซึ่งครั้งนั้นเราอาจขายสินค้าไม่ได้ก็จริงอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้ขายให้กับลูกค้าไปแล้วนั้นคือ การขายตัวเราเองให้ลูกค้า ซึ่งถ้าเราสามารถขายตัวเองให้ลูกค้าได้แล้ว อนาคตเขาก็กลับมาเป็นลูกค้าของเรา อย่างถาวร นี่คือหลักสำคัญในการทำธุรกิจของ คุณมานพ

 

 

บทสัมภาษณ์พิเศษ

บทสัมภาษณ์ พิเศษ คุณมานพ มานน้อย หรือ ฮัจยีซำวีน

จากพนักงานบริษัท สู่...ผู้บริหาร บริษัท มาสเตอร์แมคคาโทรนิคส์ จำกัด                   น้อยคนที่จะรู้จักว่า บริษัทของมุสลิมเราเองมีการทำธุรกิจ ด้าน เครนและลิฟต์ ทั้งๆที่หลายๆครั้ง เ...อ่านต่อ

อ่านบทสัมภาษณ์ย้อนหลัง
ส่งข้อมูลธุรกิจมุสลิม